Digital AdvertisingSocial Media Marketing

Facebook Ads vs Google Ads สิ่งที่คนยิง ads ควรรู้

ในยุคปัจจุบันสื่อออนไลน์แทบจะกลายเป็นสื่อหลักของผู้คนส่วนใหญ่ไปแล้ว โดยเฉพาะการใช้งานโซเชียลมีเดีย ผลสำรวจเผยว่าเวลาเฉลี่ยในการใช้งานโซเชียลมีเดียนั้นอยู่ที่คนละ 144 นาที หรือ 2 ชั่วโมง 24 นาทีต่อวัน (ข้อมูล ณ ปี 2019) จึงทำให้การทำการตลาดและโฆษณาบนโลกออนไลน์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจในยุคนี้ เพื่อให้แบรนด์สามารถเข้าถึงและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที

การยิงโฆษณาออนไลน์ตอบโจทย์อย่างไร

การที่ผู้คนใช้งานโซเชียลมีเดียและใช้เวลาอยู่บนหน้าจอนานกว่าเมื่อก่อน ทำให้สิ่งที่ผ่านตาผู้บริโภคส่วนใหญ่จะอยู่บนอินเทอร์เน็ต และยิ่งในยุคดิจิทัลที่อินเทอร์เน็ตสามารถทำให้เราเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ก็ยิ่งทำให้ผู้บริโภคสำรวจและหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการบนอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา การโฆษณาออนไลน์จึงตอบโจทย์ให้กับทั้งผู้บริโภคและผู้ค้าขายได้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องการสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์​ (Brand Awareness) การผลักดันพฤติกรรมผู้บริโภค การเพิ่มช่องทางเลือกซื้อสินค้าให้กับผู้บริโภค การกระจายข้อมูลข่าวสาร เป็นต้น

สำหรับใครที่ทำธุรกิจและลุยตลาดออนไลน์หรือเป็นคนที่ทำงานในสายโฆษณาอยู่แล้ว อาจรู้จักและผ่านการทำโฆษณาบนสื่อออนไลน์กันมาบ้าง แต่สำหรับใครที่ไม่เคย วันนี้เราจะมาแนะนำให้รู้จักแพลตฟอร์มในการทำโฆษณาบนโลกออนไลน์สองแพลตฟอร์มหลัก ๆ ด้วยกัน คือ Facebook Ads และ Google Ads เพื่อให้เราเข้าใจถึงวิธีการทำงานของแต่ละแพลตฟอร์ม และสามารถเลือกใช้และจัดสรรงบอย่างเหมาะสม

Google Ads ทำงานอย่างไร

โดยพื้นฐานแล้วกลไกหลักของ Google Ads คือ “คำค้นหา” หรือ Keyword ผู้ใช้งานจะมองเห็นโฆษณาที่เราติดตั้งไว้จากการค้นหาคำต่าง ๆ ที่ตรงกับที่เรากำหนดไว้ โดยที่โฆษณานั้นจะขึ้นมาอยู่บนสุดและมีป้าย Ads กำกับไว้ เพราะฉะนั้นการวางแผนเพื่อการยิงโฆษณาบน Google Ads จึงต้องอาศัยการศึกษาค้นคว้าว่า คำค้นหาไหนมีปริมาณการค้นหามากน้อยแค่ไหน มีราคาเฉลี่ยต่อคลิกเท่าไหร่ (Cost per click) และมีการแข่งขันกับธุรกิจรายอื่น ๆ แค่ไหน ก่อนที่จะเลือกประมูลคำค้นหานั้น ๆ

ตัวอย่างการแสดงผลของ Google Ads

เนื่องจาก Google เป็นเสิร์ชเอนจินที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ใช้ค้นหาสิ่งต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต (Google Search) และ Google ยังมีบริการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น YouTube, Google Maps หรือ Google Play จึงทำให้กลุ่มเป้าหมายสำหรับ Google Ads มีขนาดใหญ่และมีโอกาสที่จะมองเห็นโฆษณาได้จากหลายแพลตฟอร์มเวลาที่ผู้ใช้งานพิมพ์คำค้นหาลงในบริการต่าง ๆ ของ Google ด้วยเช่นกัน

Facebook Ads ทำงานอย่างไร

สำหรับการทำงานของ Facebook Ads นั้นคือ เราสามารถกำหนดขอบเขตของกลุ่มเป้าหมายที่เราอยากให้เห็นโฆษณาที่เรายิงออกไป ตั้งแต่ตำแหน่งที่อยู่ (Location) ความสนใจ (Interest) พฤติกรรมการใช้งาน (Behaviors) ไปจนถึงลักษณะทางประชากร (Demographic) เมื่อเรากำหนดค่าต่าง ๆ เหล่านี้และยิงโฆษณาออกไป ผู้ใช้งานที่จะมองเห็นโฆษณาของเราคือ ผู้ใช้งานที่มีโปรไฟล์เข้าข่ายกับสิ่งที่กำหนดไว้นั่นเอง นอกจากนี้เรายังสามารถขยายขอบเขตกลุ่มเป้าหมายให้เป็นผู้ใช้งานที่โปรไฟล์ “คล้ายคลึง” (Lookalike) กับผู้ใช้งานที่เรากำหนดได้ด้วย และนอกจากหน้าฟีด (News Feed) ของตัว Facebook เองแล้ว เราสามารถตั้งค่าให้ยิงโฆษณา Facebook Ads ไปยังบริการอื่น ๆ ของ Facebook อย่าง Instagram และ Facebook Messenger ได้อีกด้วย

เพราะฉะนั้นปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาเวลากำหนดกลุ่มเป้าหมายคือ สินค้าหรือบริการที่เรากำลังจะโฆษณานั้นเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายแบบไหน มีพฤติกรรมอย่างไร คาดว่ามีความสนใจในเรื่องอะไรบ้าง ส่วนตำแหน่งที่อยู่นั้นอาจต้องดูความเหมาะสมตามโจทย์ เป็นต้น ทั้งนี้การยิงโฆษณาด้วยวิธีนี้อาจต้องคำนึงถึงผู้ใช้งานบางรายที่สร้างโปรไฟล์ไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น การกรอกวันเดือนปีเกิดไม่ตรง ทำให้อายุในโปรไฟล์คลาดเคลื่อน เพราะจะทำให้เราได้กลุ่มเป้าหมายที่ไม่ตรงขอบเขตได้เช่นกัน

ตัวอย่างหน้าการกำหนดขอบเขตกลุ่มเป้าหมายบน Facebook Ads

แพลตฟอร์มไหนดีกว่ากัน

สิ่งที่ทั้งสองแพลตฟอร์มมีเหมือนกันคือ เวลาคิดอัตราค่าโฆษณาจะคิดต่อหนึ่งคลิก (Cost per click) ก็คือเราจะถูกคิดค่าโฆษณาเมื่อมีผู้ใช้งานกดเข้ามาผ่านลิงก์ของเราที่เป็นโฆษณา แต่เช่นเดียวกับสิ่งอื่น ๆ ในชีวิตที่มีตัวเลือกให้เลือกมากมาย ไม่มีอะไรดีไปกว่ากัน 100 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ว่าจุดประสงค์ในการใช้งานของเราคืออะไร เมื่อทราบจุดประสงค์แล้วเราก็มาพิจารณาว่า ตัวเลือกไหนเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดมากกว่ากัน เช่น ถ้าเรามีจุดประสงค์เพื่อขยายฐานลูกค้า สร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ อยากให้กลุ่มเป้าหมายเห็นมาก ๆ การเลือกใช้ Facebook Ads อาจจะเหมาะสมกว่า แต่ถ้าเกิดอยากให้กลุ่มเป้าหมายกดซื้อทันที การเลือกใช้ Google Ads ก็อาจจะเหมาะสมกว่า

สุดท้ายนี้ หากคุณเพิ่งจะเริ่มขยายตลาดมาสู่โลกออนไลน์แล้วต้องการความช่วยเหลือในด้านการทำโฆษณาบนอินเทอร์เน็ต หรือการทำการตลาดดิจิทัลด้านอื่น ๆ ก็ตาม พวกเราทีมงาน Enabler Space พร้อมที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในด้านการวางแผนการตลาดและการโฆษณาของคุณในทุกขั้นตอน หรือจะเป็นการเลือกใช้บริการด้านดิจิทัลแบบเฉพาะส่วน ก็สามารถติดต่อเราเข้ามาได้เลย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *